วันอังคารที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

วิวัฒนาการของผีเสื้อ

 ชีวิตการเจริญเติบโตของผีเสื้อเป็นการเจริญเติบโตแบบ ครบ ๔ ขั้น (complete metamorphosis) เหมือนที่พบ ในพวกด้วง ผึ้ง และแมลงวัน โดยแยกออกเป็นระยะไข่ ระยะ ตัวหนอนระยะดักแด้ และระยะตัวเต็มวัย ข้อดีของการเจริญ เติบโตแบบนี้คือ การที่ตัวหนอนและตัวเต็มวัยกินอาหารกันคน ละอย่าง ไม่มีปัญหาการแก่งแย่งอาหาร ทั้งยังอาศัยอยู่กันคนละ ที่ มีโอกาสรอดจากศัตรูธรรมชาติได้มากกว่าเมื่ออยู่รวมกัน สิ่ง ที่สำคัญที่สุดคือ ในบางระยะ เช่น ระยะไข่และระยะดักแด้มีความ ทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่เลวร้าย และการขาดแคลนอาหาร ทำให้ผีเสื้อคงเผ่าพันธุ์อยู่ได้ตลอดมา
 ระยะไข่
          หลังจากผีเสื้อตัวเมียได้รับการผสมพันธุ์จากตัวผู้แล้วสัก ระยะหนึ่ง ไข่ที่มีอยู่จะได้รับการผสมพร้อมที่จะวางไข่ออก มา ตัวเมียจะเสาะหาพืชอาหารที่เหมาะสมกับตัวหนอน โดย การเกาะลงบริเวณใบพืช ทดสอบโดยการแตะด้วยปลายท้อง ถ้าไม่ใช่พืชที่ต้องการ ก็จะบินไปเรื่อยๆ จนพบ เมื่อพบแล้ว จะค่อยๆ ยืดส่วนท้องลงวางไข่ไว้ใต้ใบ แต่บางชนิดวางไข่ ทางด้านหลังใบ ส่วนมากจะวางไข่ฟองเดียว พวกผีเสื้อตัว หนอนกินใบหญ้าจะปล่อยไข่ลงสู่ป่าหญ้าเลย ผีเสื้อกลางคืน ที่วางไข่เป็นกลุ่ม บางครั้งมีขนจากลำตัวปกคลุมเอาไว้
 ระยะตัวหนอน                 
          ตัวหนอนของผีเสื้อมีลักษณะแตกต่างกันออกไปตามวงศ์ และสกุล ส่วนมากไม่มีขนปกคลุมเหมือนหนอนของผีเสื้อ กลางคืน ตัวหนอนมีสีสด หรือสีสันกลมกลืนไปกับพืชอาหาร อาหารมื้อแรกของตัวหนอนหลังจากฟักออกจากไข่ คือ เปลือก ไข่ที่เหลืออยู่ อาจเพื่อกลบเกลื่อนร่องรอย หรือในเปลือกไข่มี สารบางอย่างที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโต เมื่อออกมาใหม่ๆ มักอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม และลอกกินผิวใบพืชจนเกิดเป็นช่องใส ต่อมาจะค่อยๆ กระจายกันออกไป การกัดกินมักกินจากขอบใบ เข้ามาหากลางใบ การลอกคราบ
          หนอนจะเติบโตขึ้นได้ต้องมีการลอกคราบหลายครั้ง ส่วน มากผีเสื้อจะลอกคราบประมาณ ๔-๕ ครั้ง เหตุที่ต้องลอกคราบ เนื่องจากตัวหนอนมีผนังลำตัวหุ้มห่ออยู่ภายนอก เมื่อเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จะเติบโตคับผนังลำตัวที่ห่ออยู่ กรรมวิธีในการลอก คราบจะเริ่มเมื่อหนอนชักใยยึดลำตัวไว้กับพื้นที่เกาะ ก่อนการ ลอกคราบราว ๒๔ ชั่วโมง ต่อมาผนังลำตัวจะปริแตกออก ทางด้านหลังของหัว หนอนจะค่อยๆ คืบไปข้างหน้าอย่างช้าๆ จนหลุดออกจากคราบ ผนังลำตัวใหม่มีสีสดใสกว่าเก่า ตัวหนอน จะดูมีหัวโตกว่าส่วนลำตัว ระยะแรก มันจะอยู่นิ่งราว ๒-๓ ชั่วโมง จนกระทั่งผนังลำตัวและส่วนปากแข็งพอที่จะกัดใบพืช อาหารได้ ระยะนี้เป็นระยะที่อันตรายต่อตัวหนอนมาก
 ระยะดักแด
          เมื่อหนอนลอกคราบจนครบ และเติบโตเต็มที่แล้ว จะหยุด กินอาหาร หาที่หลบซ่อนตัวพักอยู่อย่างนั้นสัก ๑๒ ชั่วโมง หรืออาจนานกว่า ระหว่างนี้จะสร้างแผ่นไหมเล็กๆที่ปลายลำตัว เพื่อใช้ขอเล็กๆ เกี่ยวเอาไว้ให้มั่นคง ก่อนลอกคราบครั้งสุดท้าย เป็นดักแด้
ระยะตัวเต็มวัย

          พอดักแด้มีอายุประมาณ ๗-๑๐ วัน เมื่อใกล้จะออกมา เป็นผีเสื้อ เราจะเห็นสีของปีกผ่านทางผนังลำตัวได้ ผีเสื้อที่โตเต็มที่แล้ว จะใช้ขาดันเอาเปลือกดักแด้ให้แตกออก แล้วดันให้ ปริออกทางด้านหลังของส่วนอก ค่อยๆขยับตัวออกมาจนพ้น คราบดักแด้ ส่วนมากมักออกมาโดยการห้อยหัวลง เพื่อใช้แรง ดึงดูดของโลกช่วย ตอนออกมาใหม่ๆ ผีเสื้อมีส่วนท้องใหญ่ และปีกยู่ยี่เล็กนิดเดียว มันจะคลานไปหาที่เกาะยึด แล้วห้อยปีก ทั้งสองลงข้างล่าง ระหว่างนี้มันจะปล่อยของเหลวสีชมพูอ่อน ทางปลายส่วนท้อง สารนี้เป็นของเสียที่เกิดขึ้นในขณะที่เป็น ดักแด้เรียกว่า มิวโคเนียม (muconium) ผีเสื้อจะดูดเอาอากาศ จำนวนมากเข้าไปทางงวงและรูหายใจ แรงดันของอากาศและ การหดตัวของกล้ามเนื้อ จะอัดดันให้เลือดไหลไปตามเส้นปีก ปีกจึงขยายออกจนโตเต็มที่ การขยายปีกออกนี้กินเวลาประมาณ ๒๐ นาที มันต้องผึ่งปีกให้แห้งแข็งดีเสียก่อนราวชั่วโมงครึ่ง จึงจะออกบินไปหากินต่อไป

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น