วันอังคารที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2554

การดูผีเสื้อ

      การดูผีเสื้อ
   ผีเสื้อสามารถที่จะใช้เป็นดัชนีบ่งชี้สถาพของป่าได้อย่างดี
โดยผีเสื้อเเละพรรณไม้จะดำรงอยู่ด้วยความสัมพันธ์กัน หาก
พื้นที่ใดพบชนิดของผีเสื้อมาก   ย่อมเเสดงถึงสถาพป่าเเละ
พันธุ์พืชมีความหลากหลาย หรือการพบผีเสื้อบางชนิด เช่น
ผีเสื้อในระยะตัวหนอนกินหญ้า ย่อมเเสดงว่าพื้นที่นั้นไดถูก
เเปรสถาพไปเพื่อทำการเกษตร หรือปล่อยทิ้งร้างกลายเป็น
ทุ่งหญ้าเป็นต้น ในขณะเดียวกันการบุกรุกทำลายป่าเป็นการ
ทำลายเเหล่งที่อยู่อาศัย เเละเเหล่งอาหารของผีเสื้อ ทำให้
ผีเสื้อบางชนิดลดลงจนอยู่ในสภาวะใกล้สูญพันธุ์ หรือบาง
ชนิดได้สูญพันธุ์ไปเเล้ว การอนุรักษ์ผีเสื้อนอกจากมาตราการ
ทางกฏหมาย คือการประกาศพื้นที่เป็นอุทยานเเห่งชาติ เขต
รักษาพันธุ์สัตว์ป่า หรือการกำหนดให้เเมลงซึ่งรวมทั้ง ผีเสื้อ
เป็น สัตว์ป่าคุ้มครองก็เป็นมาตราการหนึ่งที่ได้ผลเเต่หากเรา
ทุกคนมีส่วนร่วมด้วย การไม่ซื้อ ไม่ขาย เเละไม่สะสม ก็เป็น ทางหนึ่งที่ช่วยได้เเต่มีอีกวิธีหนึ่งซึ่งเป็นการอนุรักษ์ทั้งผีเสื้อ

ผีเสื้อชนิดต่างๆ

1. วงศ์ผีเสื้อหางติ่ง (Family Papilionidae)
ผีเสื้อในวงศ์นี้ส่วนมากมีขนาดค่อนข้างใหญ่ ปลายปีกคู่หลังจะมีส่วนยื่นยาวออกมา คล้ายหางหรือติ่ง แต่บางชนิดก็ไม่มี ปกติเพศผู้ชอบลงกินอาหาร และน้ำ ตามพื้นดิน หรือทรายที่ชื้นแฉะซึ่งมีมูลสัตว์หรือ ปัสสาวะปะปน ส่วนเพศเมียมักหากิน ตามยอดไม้ใน ระดับสูง ผีเสื้อวงศ์นี้พบชุกชมมากในประเทศเขตร้อน ในการสำรวจครั้งนี้พบ จำนวน 18 ชนิด
2. วงศ์ผีเสื้อหนอนกระหล่ำ (Family Pieridae)
 ผีเสื้อในวงศ์นี้ ถ้าแบ่งตามสีจะมี 2 กลุ่มด้วยกัน คือ กลุ่มที่มีปีกสีเหลือง และสีขาว มักพบลงกินอาหารตามพื้นดินทราย พร้อม ๆ กันเป็นกลุ่มใหญ่ พบมากใน ประเทศเขตร้อน ในการสำรวจครั้งนี้พบจำนวน 12 ชนิด
 3. วงศ์ผีเสื้อหนอนใบรัก (Family Danaidae)
 ผีเสื้อในวงศ์นี้เป็นชนิดที่มีพิษในตัว โดยได้รับพิษจากพืชอาหารที่ตัวหนอนกินเข้าไป บางครั้งอาจเรียกผีเสื้อวงศ์นี้ว่า ผีเสื้อลายเสือ ตามลักษณะสีสันของตัวหนอน และผีเสื้อบางชนิดที่มี ลายคล้ายลายเสือ ตัวหนอนกินพืชจำพวก ที่มียางสีขาว หรือยางใสเหนียวเป็นอาหาร เช่น มะเดื่อ รัก เพศผู้ มีแถบสีเข้มกลางปีกคู่หลัง เพศเมีย จะไม่มีแถบสีที่กลาง ปีกคู่หลัง จึงสามารถใช้แถบเป็นที่ สังเกตบอกเพศได้ ในการสำรวจครั้งนี้พบจำนวน 8 ชนิด
4. วงศ์ผีเสื้อสีตาล (Family Satyridae)
 ผีเสื้อในวงศ์นี้ส่วนมากมีสีน้ำตาลเข้ม และมีจุดคล้ายดวงตาบนแผ่นปีก มักพบหากินในที่ร่ม เงาไม้ พบชุกชุมในเขตอบอุ่น ทั่วโลก เชื่อว่ามีแหล่ง กำเนิดอยู่ในเขตร้อนของทวีปอเมริกา ในการสำรวจ ครั้งนี้พบจำนวน 7 ชนิด
5. วงศ์ผีเสื้อป่า (Family Amathusiidae)
ผีเสื้อในวงศ์นี้มีขนาดเล็กจนถึงขนาดใหญ่ ส่วนใหญ่จะมีสีเข้มและหากินตามบริเวณที่เป็นร่มทึบ พบได้ในทวีปเอเชีย จนถึงออสเตเรีย ในการสำรวจ ครั้งนี้พบเพียงชนิดเดียวเท่านั้น (ตารางที่ 1)
6. วงศ์ผีเสื้อขาหน้าพู่ (Family Nymphalidae)
ผีเสื้อวงศ์นี้พบมากที่สุดในประเทศไทย โดยจะมีขาคู่หน้าที่หดสั้นลงจนดูคล้ายกระจุกพู่ขน ไม่สามารถใช้เกาะ หรือเดินได้ ทำให้มองเห็นเพียง 4 ขาเท่านั้น ตัวหนอนของผีเสื้อวงศ์นี้มีขนแหลมๆอยู่ทั่วตัว ผีเสื้อตัวเต็มวัยชอบออก หากินในที่โล่ง มีแสงแดดจัด ในการสำรวจครั้งนี้พบจำนวน 32 ชนิด
7. วงศ์ผีเสื้อหัวแหลม (Family Libytheidae)
ผีเสื้อวงศ์นี้มีลักษณะเด่น คือ ส่วนหัวมี ระยางค์ปาก (labial palps) ยื่นแหลมออกมาคล้าย มีหัวแหลม ปลายปีก คู่หน้าโค้งออก ตัดเป็นรูปมุมฉาก บางครั้งก็เรียกว่า ผีเสื้อจมูกแหลม ในประเทศไทย พบเพียง 4 ชนิด เท่านั้น ในการสำรวจครั้งนี้พบเพียง ชนิดเดียวเท่านั้น

8. วงศ์ผีเสื้อปีกกึ่งหุบ (Family Riodinidae)
ผีเสื้อวงศ์นี้จะมีขาคู่หน้าของเพศผู้ ที่มีลักษณะ คล้ายกับผีเสื้อในวงศ์ผีเสื้อขาหน้าพู่ คือ ส่วนปลายขาเสื่อมหายไป เหลือเพียงโคนขา และเพศเมียมีขาครบ ส่วนมากผีเสื้อปีกกึ่งหุบ เวลาที่เกาะกับ พื้นดินมักจะ กางปีก ออกเป็นรูปตัว V ในการสำรวจครั้งนี้พบจำนวน 3 ชนิด

9. วงศ์ผีเสื้อสีน้ำเงิน (Family Lycaenidae)
ผีเสื้อวงศ์นี้ส่วนใหญ่มีขนาดเล็ก บางชนิด มีขนาดปีกกว้างไม่ถึง 15 มิลลิเมตร ปีกด้านบน มีสีฟ้าหรือน้ำเงินอมม่วง ในระยะตัวหนอนจะกิน พืชตระกูลถั่วเป็นอาหาร ในการสำรวจครั้งนี้พบ จำนวน 12 ชนิด
10. วงศ์ผีเสื้อบินเร็ว (Family Hesperiidae)
ผีเสื้อในวงศ์นี้มีส่วนคล้ายกับผีเสื้อกลางคืน คือ มีปีกสั้น ลำตัวค่อนข้างใหญ่เมื่อเปรียบเทียบ กับขนาดปีก ส่วนใหญ่ปีกมี สีน้ำตาลเข้ม แต่เนื่องจาก ผีเสื้อในวงศ์นี้ มีลักษณะก้ำกึ่งระหว่างผีเสื้อ กลางวันและผีเสื้อกลางคืน นักอนุกรมวิธาน บางท่าน จึงจัดผีเสื้อบินเร็วอยู่ในกลุ่มต่างหาก ในการสำรวจ ครั้งนี้ พบเพียงชนิดเดียวเท่านั้น